รอยยิ้มบนโต๊ะอาหาร
posted on 27 Aug 2007 00:22 by ifreedom
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน
เช้าวันศุกร์ ที่ 24 ...
วันนี้ฉันตื่นขึ้นมาด้วยเสียง message อีกเช่นเคย
" Good Morning"
ข้อความจากคุณเจ้าของรอยยิ้มคนเดิม
ที่ทำให้ฉัน "ยิ้ม" ได้ตอนตื่นนอนอีกแล้ว
"วันนี้ได้ถ่ายหนังสั้นหรือเปล่า"
เธอส่ง message มาอีกรอบ หลังจากที่ฉัน ส่ง "อรุณสวัสดิ์" กลับไป
"ไม่ได้ถ่ายจ้า วันนี้บ่ายไปมีทติ้งของภาคที่เพชรบุรี
เช้าว่าง ไปกินข้าวกันมั้ย"
Sending....
ฉันรอลุ้นด้วยใจหวั่น ๆ ว่าคุณจะตอบกลับมาว่าอะไรกัน
เสียง message เรียกเข้าอีกครั้ง
"ไปกิน ฟูจิ กันไหม ให้พี่ไปรับตรงไหนดี ซัก 10.30"
ฉันอ่านข้อความนั้นหลายรอบทีเดียว ให้แน่ใจว่า ตัวเองอ่านไม่ผิดแน่ๆ
...............
เราไม่ได้พูดคุยกันด้วยบทสนทนาทางโทรศัพท์
ฉันกดพิมพ์ข้อความหลายรอบ กลับไป กลับมา
ส่งกันไป กันมา มันเมื่อยๆ นิ้วดีนะ
แต่ก็เป็นความประทับใจไปอีกแบบ
เก็บไว้อ่าน พอให้อุ่นใจได้......ยามคิดถึงเมื่อไกลกัน
..............
ฉันไปรอคุณก่อนเวลาซัก 15 นาที
เราตกลงนัดกันที่หน้าปากซอยหอ หรือก็คือหน้ามหาลัยนั่นเอง
ที่แรกคุณเจ้าของรอยยิ้มจะมารับที่หอ แต่ด้วยความเกรงใจ
จะได้ไม่ต้องขับรถเข้ามายาก เพราะรถมันเยอะ ข้ามถนนยาก
"รถออกกี่โมง"
"บ่ายโมงครึ่ง"
"อืม งั้นกินเสร็จซัก บ่ายโมง ค่อยกลับเนอะ"
"เตรียมของเสร็จรึยัง"
"เสร็จแล้ว"
"ไปกินฟูจิกัน ชอบมั้ย อาหารญี่ปุ่น"
"อืม กินอะไรก้ได้ กินได้หมด"
"ปลาดิบ ?"
"กินได้ พักนี้ไม่ค่อยอยากกินอะไรเท่าไหร่ เบื่ออาหาร"
.......
บทสนทนาระหว่างทาง มีหลายเรื่องทีเดียว
ทั้งที่ในใจฉันอยากจะถามคุณหลายเรื่องเหลือเกิน
แต่ทำไมกลับไม่กล้า...นั่นสิ
กลับเป็นคุณซะมากกว่าที่เป็นฝ่ายถามฉัน และชวนฉันคุย
บทเพลงเพราะ ๆ จากแผ่นซีดี
เพลงแรกเลยที่ฉันได้ฟังบทรถคุณ "คนไม่สำคัญ" ของพลพล
รู้สึกว่า วันนี้เพลงรัก อกหัก แอบรักเหงา คิดถึง เศร้า
ไม่ว่าเพลงไหน ๆ ก็เพราะกว่าปกติ...
เสียงเพลงยังคงบรรเลงต่อเรื่อย ๆ
ประกอบกับเสียงพูดคุยของคุณ ที่ทำให้บรรยากาศในรถไม่เงียบ
ทำให้ระหว่างทางฉันไม่รู้สึกตื่นเต้นทำตัวไม่ถูกจนเกินไป
"มาที่นี่บ่อยมั้ย" คุณถามขณะกำลังเลี้ยวรถเข้ามาที่เซนทรัลพระราม 2
"บ่อย บ่อยมากๆ มาจนไม่รู้จะมาทำไมละ " ฉันตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะ
เป็นเพราะเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ เป็นแหล่งที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยของฉัน
ทำให้ทุกครั้งที่ไม่รู้จะไปที่ไหนดี ก็จะมาลงเอยกันที่นี่แหละ
"อ้าว ไม่บอก จะได้ไม่มา งั้นไปที่อื่น"
"เห้ย ไม่เป็นไร กินที่นี่ก็ได้ ไม่เห็นเป็นไรเลย"
"งั้นคราวหลังจะได้ไม่มา" เธอตอบพร้อมกับยิ้ม
"พี่ก็มาบ่อยเหมือนกัน มันใกล้ ๆ ดี" เธอบอกอีก
ส่วนใหญ่ ฉันมักจะเป็นฝ่ายยิ้ม กลับ ทุกครั้งที่เธอชวนคุย
มากกว่าจะแสดงความคิดเห็นกลับไป
"ไปช่วยเค้าเช็ดโต๊ะกันดีกว่า"
ฉันแซวคุณ เมื่อเห็นว่า ตอนที่เดินเข้ามานั้น บางร้านยังไม่เปิดเลย
เพราะมันเพิ่งจะเลยเวลาห้างเปิดมาได้ไม่นาน
"อืม เอามะ"
เธอยังอุตส่าห์กวนกลับมาอีก พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉันอดหวั่นไหวไม่ได้อีกเช่นเคย
"กินอะไรดี หิวมะ"
เธอถามพลางเปิดเมนูเลือกไปด้วย
"ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ พักนี้เป็นโรคเบื่ออาหาร ไม่ค่อยอยากกินอะไร"
"พี่หิวมาก ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลยเนี่ย...งั้น เดี๋ยวสั่งให้"
"อืม ได้ ๆ สั่งมาเหอะ กินอะไรก้ได้ กินได้หมดแหละ"
บทสนทนาบนโต๊ะอาหารมีหลายหัวข้อทีเดียว
ฉันไม่รู้สึกตื่นเต้นอย่างที่คิด คุณคุยเก่งจริง ๆ
"แล้วชอบกินอะไร"
"แกงเขียวหวาน"
"ไก่ หมู เนื้อ ?"
"ไก่"
"จริงอะ....ทำเป็นนะ แกงเขียวหวานเนี่ย ที่บ้านยังเหลืออยู่ในหม้ออยู่เลย"
"จริงอะ"
ฉันตอบด้วยหน้ายิ้ม ๆ นี่คุณทำกับข้าวเป็นด้วยหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลย
อยากจะบอกว่าฉันตกหลุมรักคุณอีกรอบเข้าแล้วล่ะ
เวลาผ่านไปไม่นาน อาหารบนโตะก็ยังมาไม่หมดด้วยซ้ำ
ฉันก็บอกกับคุณแล้วว่า "เริ่มจะอิ่มแล้วล่ะ....กินให้หมดด้วยนะ" พร้อมกับยิ้มๆ กวนๆ
แล้วมื้อนี้คุณก็ต้องเป็นฝ่ายจัดการกับอาหารบนโต๊ะ
ขอบคุณนะ...สำหรับมื้อเที่ยง
ระหว่างกลับ เราคุยกันหลายเรื่องอีกเช่นเคย
คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องหนังสือ คุยเรื่องหนัง
คุณเล่าเรื่องที่มาของเดือน August ให้ฉันฟัง
คุณบอกว่าชอบอ่านหนังสือมาก
คุณบอกว่าตอนนี้กำลังสนใจหนังสือเกี่ยวกับพวกอาหาร
คุณบอกว่ากำลังสนใจหนังสือเรื่องบ้านแนวศรีลังกา
คุณบอกว่าชอบอ่านนิยายเหมือนกัน แล้วคุณก็ชอบเรื่อง "ซอยเดียวกัน" มาก
คุณบอกว่า ไม่ชอบอ่านนิยายแนวแฟนตาซี เหมือนฉัน
คุณชอบถ่ายรูปเหมือนกัน
ชอบถ่ายฟิล์มสไลด์ เพราะชอบเครื่องฉายมัน ที่ดูคลาสสิคและโรแมนติกดี
คุณชอบงานไม้ ชอบบ้านไม้ มันดูคลาสสิค....เหมือนฉันเลย
คุณเป็นคนชอบประดิษฐ์ คุณเล่าว่าเคยซื้อไม้มาจะทำห้องทำงานเอง
........
แล้วคุณก็ไปส่งฉันเพื่อขึ้นรถไปเพชรบุรีตอนบ่าย
คุณบอกบ่ายนี้ต้องไปทำงานต่อ
"เดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก ชอบกินอะไร"
"หม้อแกง เอานิดเดียวนะ กินคนเดียว"
ฉันเดินทางไปถึงที่รีสอร์ทเย็น ๆ
ฝนตก ต้องเดินตากฝนเข้าที่พัก
พอดีเลยที่คุณส่งข้อความมา
"เป็นไง ถึงไหนแล้ว"
ค่ำๆ ของวันนี้ คุณโทรศัพท์มาหาฉัน
เป็นวันแรกล่ะมั้ง ที่คุณโทรมาหาฉันนอกเหนือจากเรื่องงาน
เราคุยกันนิดเดียว...แต่ฉันสุขใจเหลือเกิน
"กินข้าวรึยัง.." คุณถาม
"ยังเลย ต้องรอ 4 ทุ่ม เค้าให้รอกินพร้อมกัน"
"โห หิวแย่เลย"
"แล้วกินยังเนี่ย" ฉันถามกลับ
"ยัง..รอกิน 4 ทุ่ม"
รอยยิ้มของฉันที่พองโตในหัวใจ
.....................
ระหว่างไปเพชรบุรี
ฉันคิดถึงคุณจัง
อยากให้คุณได้มีโอกาสได้มาเที่ยวด้วยกันบ้าง
คุณส่งข้อความมาหาฉันตลอด
แม้มันจะเป็นแค่ประโยคสั้นๆ ไม่ได้หวานซึ้งอะไร
เป็นข้อความที่ถามไถ่
แต่ฉันก็สุขใจพอ
ฉันดีใจ..ที่คุณนึกถึงฉัน
ฉันดีใจ...ที่คุณไม่ลืมฉัน
"เก็บดอกแก้วมาฝากช่อนึง แต่มันเหี่ยวไปซะแล้ว :("
sending....
" :) ไม่เป็นไร แค่ถ่ายรูปมาฝาก ก็ดีใจแล้ว"
คุณส่งกลับมา
กลับมาจากเพชรบุรี ฉันมีของฝากมาให้คุณ
ตามจริง ฉันตั้งใจเก็บดอกแก้วมาให้คุณ 1 ช่อ
แต่กลีบมันบางเหลือเกิน เหี่ยวแห้งไปซะตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง
ดีนะ ที่ถ่ายรูปเก็บไว้

รูปหัวใจ ที่วาดกับกระจกที่มีไอน้ำเกาะหลังฝนตกใหม่ๆ
ฉันวาดมันบนรถ ตอนที่ไปถึง ตั้งใจว่าจะเอาไปทำเป็นโปสการ์ดให้คุณ
"Good night :)"
Sending...
"ฝันดีนะ"
คุณส่งกลับมา
คืนนี้ หัวใจฉันคงหลับอย่างมีความสุขอีกคืน


ไปละ
#1 By tungmay on 2007-08-27 00:42